นิยายที่แต่งเอง[Y]
posted on 18 May 2006 16:03 by porunazis in NOVELอิอิ...ก็ลองแต่งดูอ่ะแต่ยังไม่จบซักทีแบบว่าอยากลองเขียนแต่ไม่ค่อยมีหัวทางนี้
ซักเท่าไหรอ่ะแย่จัง...อิอิ
แต่ก็พยายามเขียนไปหน่อยนึงแระเลยอยากเอามาลงเพื่อให้คนอื่นวิจารณ์อ่ะ
จะว่ายังไงก็จะรับฟังนะจ๊ะ
เอ้าเริ่มเลยละกานนนนนน
“ฉิบหายยยยย........เก้าโมงแล้ว”
ร่างบางในเสื้อสูทตัวเก่ง ที่อุตส่าห์รีดเมื่อวาน เร่งฝีเท้าเพื่อจะให้ทัน รถไฟฟ้าขบวนต่อไปถ้าเค้าไปไม่ทันวันนี้เค้าต้อง
โดนหัวหน้าว๊าก อีกแน่ๆ ยิ่งเมื่อคิดตอนที่เจ้านายเค้าเจอเค้าตอนที่เข้าที่ออฟฟิศ
“มิสเตอร์ เกเบลียล ชาเวนนอฟ วันนี้คุณมาสายรอบที่เท่าไหร่แล้ว” เสียงสยองขวัญของหัวหน้าแผนกค่อยๆหลอกหลอนเข้าสู่โสตประสาทของเขา
“ปี๊ดๆๆๆๆ” เสียงสัญญาณรถไฟฟ้าดังบอกถึงเวลาที่รถจะออก “ว๊ากกก.....”
ร่างบางติดเกียร์ควายขวิดวิ่งเข้าประตูทันเวลา
“แฮกๆ เซฟ” ร่างบางยืนหอบในรถไฟฟ้า แต่ด้วยที่มัวแต่เหนื่อยเลย ไม่ทันตั้งตัวในขณะที่รถไฟจะออกตัวทำให้เขาเสียการทรงตัว
จนโดนคนข้างๆแถมเหยียบเท้าทำให้ชายหนุ่มต้องอุทาน
“โอ๊ย” คนตัวเล็กกว่าค่อยๆหันหน้าไปมองชายหนุ่มที่ร้องอุทานข้างหลังตัว
”ขอโทษครับ” เขาเอ่ยก่อนจะยิ่งตกใจเมื่อดูที่เสื้อของชายหนุ่มที่เลอะไปด้วยกาแฟ
“ขอโทษจริงๆครับ” ร่างบาง เอ่ยก่อนจารีบเอาผ้าเช็ดหน้าของตนซับ
‘ติ่งตอง จะถึงสถานีต่อไปท่านผู้โดยสารกรุณาเตรียมตัว’
อ่าต่อไปเป็นสถานีของผมแล้วแต่ผมจาทิ้งคนๆนี้ไปได้ยังไง
เวงแท้ไมวันนี้ผมมันซวยอย่างงี้นะเจ้าตัวคิด
”เออ คุณครับ พอดีวันนี้ผมรีบ....เออ นี่คือ ค่าซักรีด และนามบัตรผมครับถ้ามันไม่พอยังไง
ก็โทรมานะครับ ไปก่อนนะครับ ผมกำลังรีบ” ร่างเล็กพูดรวดเดียวจบ
จากนั้นก็รีบวิ่งลงสถานีแล้วตรงไปที่ทำงานผมทันที จะว่าเป็นโชคดีของผมหรือว่ายังไงก็เถอะ (คิดเข้าข้างตัวเอง) ที่บริษัทของผมอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนักวิ่งซัก 10 นาทีก็ถึงแต่ถ้าเดินสบายๆ ก็ประมาณซัก 15นาที ถึงแม้ว่าผมไม่ค่อยได้เดินทอดน่องมาทำงานซักเท่าไหร่ก็เถอะ (- - ‘’)
เกเบลียวรีบวิ่งเข้าไปในตึก เลอร์คอด ซึ่งเป็นตึกสูงที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางตึกสูงอีกมากมายในย่านธุรกิจ
ตึกนี้เป็นได้ชื่อว่าเป็นตึกที่มีความนำสมัยที่สุดในโลกทีเดียวเนื่องจาก เจ้าของตึกคือ บริษัท เอ็นสึ คอปเปอร์เรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ ที่มีรายได้นับเป็นหมื่นๆล้านต่อเดือน ภายในตึกนั้นมีทั้งหมด 50 ชั้น ทีเดียว ซึ่ง 5 ชั้นแรกคือร้านค้าของทางบริษัท และร้านอาหารชั้นนำมากมายสำหรับพนักงานและคนภายนอก
ที่เข้ามาใช้บริการ และตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไปคือ บริษัทเอ็นสึ ซึ่งมีเฉพาะพนักงานเท่านั้น ที่จะมี คีย์การ์ด ที่จะขึ้นไปสู่ชั้นที่ตนทำงานอยู่เท่านั้นเท่ากับว่าถ้าคุณอยู่ในสายงานล่างๆ
คุณก็จะไม่สามารถขึ้นไปขึ้นบนๆได้ นอกจากหัวหน้าแผนกของแต่ละแผนกเท่านั้น
ที่จะมีสิทธิ์ขึ้นไปโดยใช้คีย์กาดของตน และเนื่องจากที่ตึกเลอร์คอดนั้นมีซุปเปอร์คอมพิวเตอร์หนึ่งใน3เครื่องที่มีในโลกคอยควบคุมทุกระบบในตึก โดยใช้พื้นที่ในตึกถึงสองชั้นในการทำงานของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์นี้ทีเดียว จึงทำให้เป็นที่ลือกันว่าที่ตึกนี้ที่ชั้นใต้ดินเป็นฐานวิจัยลับของ CIA และ MI5 ทีเดียว แต่มันก็เป็นได้แค่ข่าวลือไม่มีใครรู้แน่ชัด
“รอด้วยครับรอด้วย......ย” ชายหนุ่มทักท้วงพร้อมทั้งเร่งฝีเท้าให้ทันลิฟต์ที่กำลังจะปิด
“เฮ่อ...เกือบจะไม่ทัน......ชั้น 15 ครับ” เค้าถอนหายใจอย่างโล่งออก แต่ก็ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยเนื่องจากลิฟต์ที่นี้เร็ว
มากเสียงคอมพิวเตอร์ของลิฟต์จึงประกาศ “ชั้นที่ 15 ค่ะ ท่านที่ต้องการลงที่ชั้นนี้กรุณาใส่คีย์กาดด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ” เกเบลียวรีบดึงคีย์กาดของตนออกมาทันที โอ้ยกะว่าจะพักให้หายเหนื่อยซักหน่อยไมลิฟต์มานขึ้นเร็วงี้นะ
ชายหนุ่มคิดในใจ
“ขอบคุณค่ะ have a nice day ค่ะ” ผมเดินออกมาจากลิฟต์ได้ซักสองสามก้าว เสียงสยองขวัญ+รังสีอัมหิตก็แผ่กระจายมาชวนให้ผมรู้สึกหนาวๆได้ทันควัน
“มิสเตอร์ กาเบลียว ชาเวนนอฟ นี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วครับที่คุณมาสาย” ผมค่อยๆหันหน้าไปสบตาหัวหน้าแผนกสายตาของเค้านั้นจ้องเขม่นที่ผม
เส้นเลือดที่ขมับหัวล้านของเขามันเต้นตุบๆ บ่งบอกถึงความโทสะที่พุ่งกระฉูด
ผมพยายามทำตัวหลีบและก้มหน้ามากที่สุด แน่หละผมมันแค่พนักงานกระจอกที่หาคนแทนได้อยู่แล้ว ดังนั้นมันจะเป็นการไม่ดีแน่ๆถ้าหากผมมีเรื่องกับหัวหน้าแผนก (ทำไม หนะเหรอก็เพราะผมไม่อยากถูกเด้ง หนะนะสิถามได้)
ผมอุตส่าห์พยายามแทบตายตอนที่สอบคัดเลือก(ตอนสัมภาษณ์)เป็นพนักงานและอีกอย่าง
ถ้าผมไม่มีจุดประสงค์ที่เข้ามาทำงานที่นี่ตั่งแต่แรกผมก็คงไม่ลำบากหรอก จุดประสงค์ที่ผมอยากเข้าที่นี่หนะเหรอ...หึหึ ผมก็ไม่อยากบอกผู้อ่านเท่าไหร่เล๊ย เพราะผมใจดีหรอกนะถึงบอก(ซะงั้นอ่ะ.... -_-‘’) เพราะว่า ผมไม่มีเงินหนะสิ ก๊ากกกกๆ ล้อเล่นๆหนะคับที่ผมเข้ามาทำงานที่นี่นั้นก็เพราะผม เป็นสายลับ !! เหอๆไม่ใช่เรื่อง เค้าวานให้หนูเป็นสายลับนะคับ.....(โทษทีเรื่องนานไม่หน่อยผมไม่ค่อยได้ดูละครหนะ)หึหึฟังแล้วดูเท่ห์ซะไม่มี (แหวะ.....=_-‘’) งานของผมคราวนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกคับเพียงแค่เอาข้อมูลที่เกี่ยวกับสิ่งของสำคัญที่บริษัท เอ็นสึกำลังค้นคว้าอยู่ไปให้ผู้ว่าจ้างเท่านั้นเอง ท่านผู้อ่านคงจะถามผมอีกใช่ไหมว่าแล้วทำไมผมต้องเข้ามาสมัครงานด้วย
ทำไมไม่ไปหาทางอื่นในการล้วงเอาข้อมูลนี้ นั้นก็เพราะการที่ตึกแห่งนี้ มีซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่มันทำให้ผมทำงานยากขึ้นหนะสิ ผมไม่อยากเสียประวัติอันแสนจะบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ผมอุตส่าห์แฮกเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ทางราชการ
เปลี่ยนประวัติผมใหม่มันใช้เวลาตั้งนานนะ(ตั้งสองวันแหนะ) คราวนั้นเล่นทำเอาผมต้องหนีไปอยู่ในป่าที่กัมพูชาไปพักใหญ่เลยทีเดียว กว่าเครื่องดาวเทียมจะหยุดตามล่าผมเล่นเอาทำให้ผมชินไปเลยกับการที่เอาใบไม้มาเช็ดก้นไปเลย(ฮา) ดังนั้นคราวนี้ผมเลยปลอมตัวเข้ามาอยู่ในคราบของนายกาเบลียว ราเวนนอฟ หนุ่มน้อย
ขี้อาย ไม่มั่นใจตัวเอง ใส่แว่นหนาเตอะ ไม่เคยมีแฟน ได้แต่โดนคนอื่นกดหัวและโขกสับไปวันๆ โดยเฉพาะไอ้เจ้าหัวหน้าแผนก หัวโลนพุงพลุ้ย ที่กำลังยืนด่าผมอยู่นี่หละ แถมบางทียังมีการมาแอบจับก้นผมอีกด้วย เฮ้อ ชีวิตของผมนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ T-T
ผมได้เข้ามาทำงานที่บริษัท เอ็นสึมา 1 เดือนแต่มันยังไม่ทำให้ผมสามารถแฮกเข้าสู่คอมพิวเตอร์บริษัทได้เลย งานนี้มันทำให้ผมต้องศึกษาระบบนานไปกว่าที่ผมคิดมาก.....ผมว่าคราวนี้ผมจาโก่งราคาค่าจ้างเสียแล้ว ว่าแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะ “หึหึ”
“คุณว่าอะไรนะคุณกาเบลียว” เจ้านายพุงพลุ้ยถามผมด้วยสีหน้างงๆ
“อ่าคือว่า ไม่มีอะไรครับเจ้านาย” ผมรีบแก้ตัวทันที
“หึหึ ดีมากถ้ามีคุณคงรู้ว่าคุณคงจะได้เจอกับอะไร” เจ้าหมูตอนทำหน้าตาหื่นๆก่อนะ เดินกลับไปที่ห้องหรือ คอก ผมเรียกมันอย่างนั้น อ่ะเหมาะกับเจ้าหมูตอนที่สุดแล้ว
ชายหนุ่มรีบเดินมาที่โต๊ะทำงานของตน เค้าได้ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเปิดข้อมูลต่างๆโดยการแฮกเข้าไปที่ระบบรักษาความปลอดภัย
“อืม...ท่าทางเราจาแฮกเข้าไปในซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ธรรมดาเท่านั้นคงไม่ได้เสียแล้ว คงต้องเข้าไปเอาข้อมูลที่เจ้าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์โดยตรงเสียแล้ว...หว่ะ...แย่ๆอย่างงี้ก็คงต้อเหนื่อยกว่าที่คิดแล้วสินะ” ชายหนุ่มคิดก่อนจาทำหน้าเหนื่อยใจ พร้อมทั้งหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง แบบชั้นที่ตั้งของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์และการทำงานของระบบรักษาความปลอดภัยต่อไป อืม...ต้องใช้คีย์การ์ดอยู่ดีนั้นแหละ....อย่างงี้จาเอามาจากไหนดีหว้า... แต่เอ๊ะ!!
(ปี๊ง!....เสียงจากสมองร้องเตือนว่าช้านมี ไอเดียดีๆให้นายนะ)....
ใช่แล้วสี่สาวเหยียบกระจาย! อ่าพวกคุณคงงงกันสินะว่าสี่สาวเหยียบกระจายคืออะไร สี่สาวเหยีบกระจายก็คือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือของบริษัท ผมมักจะแอบไปฟังพวกเธอคุยกันคับเพราะบางทีข้อมูลสำคัญๆก็จะออกมาจากปากของพวกเธอ
ชายหนุ่มร่างบางรีบดูต้นทางว่า เจ้าหมูตอนหัวหน้าของตนอยู่หรือไม่
ก่อนจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ห้องพักดื่มกาแฟ
“อุ๊ยตายเธอจริงเหรอ จ๊ะ ที่เค้าว่าคุณ แจ็ตเกิล แผนก หัวหน้าฝ่ายบริหารนะเค้าว่าเป็นเกย์” หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มหัวเราะคิกคัก
”จริงสิเธอ แหมนี่เค้าลือกันไปทั้งบริษัท แล้วนะ...ขอบอกว่าแหล่งข่าวนะเชื่อถือได้ชัวป๊าป” หญิงสาวอีกคนเอากำมือทุบหน้าอกตัวเอง
“และยังมีอีกนะเธอได้ข่าวรึป่าวว่าตอนนี้ ลูกชายท่านประธานจะมาจากอเมริกามา
ฝึกงานกับพวกเราเลยนะเธอ”
“ต๊าย!!! จริงหรอเธออย่างงี้สาวๆ ทั่วบริษัทนี้ไม่จ้องตะครุบเลยหรือย่ะ
ชั้นว่านะลูกชายท่านประธานคงต้องหล่อ สมาท ภูมิฐาน แน่ๆเลยนะเธอ”
“อย่างงี้ ช้านต้องรีบบริหารความสวยของชั้นเสียแระเผื่อ ไม่แน่อาจจะได้ตกถังข้าวสาร นะ อิอิ” แล้วสาวออฟฟิศทั้งสี่คนก็หัวเราะคิกคักกันใหญ่
“อิอิและ ยังมีอีกนะ นี่เธอจำคุณมิเชล ที่แผนก ประชาสัมพันธ์ ได้ไหมเค้าหนะ...” เสียงเจื่อยแจ้วของหญิงสาวอีกคนร้องออกมาเปลี่ยนหัวเรื่อง
นี่แหละครับแหล่งข่าวของผม ถึงแม้ว่าคุณอาจจะคิดว่ามันไม่น่าเชื่อถืออะไรเลยก็ตามทีแต่มันก็มีส่วนถูกนะคับเหอๆ อย่าดูถูกพวกเธอทีเดียวนะคับข่าวจากพวกเธอนี่จะมาไวและส่วนมาก (ที่ผมหวังไว้) มันจะเป็นเรื่องจริง กลุ่มนี้จึงเปรียบเสมือนกลุ่มกระจายเสียงในบริษัทนี้ไปเลยทีเดียวไม่ว่าจะข่าวไหนๆ
พวกเธอจะรู้ทันและเป็นตัวกระจายที่ไวที่สุด(ประมาณว่า เหยียบกระจาย....กระจายไปเรื่อยๆ)
‘หึหึ ....วิธีที่จะให้ได้คีย์การ์ดในที่สุดผมก็หาเจอแระ....’ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะรีบเดินกลับไปที่คอกของตนและรีบทำงานให้มันเสร็จๆ
เพื่อแผนการของตนในตอนเย็น
เสียงจ๊อกแจ๊กวอแวในย่านพับที่พลุกพล่านคล้าคลำไปด้วยผู้คน ชายหนุ่มร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวที่ผ่านการตัดเย็บอย่างประณีต
ทับด้วยโค้ดหนังด้านสีดำช่วยให้รูปร่างของเขา ยิ่งดูเพรียวบางมากยิ่งขึ้น พร้อมกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูปยิ่งทำให้เจ้าตัวดูมีความกระฉับกระเฉง
ดังนั้นตามเส้นทางที่ชายหนุ่มเดินผ่าน
ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชายก็หันมามองตามร่างบางที่เดินผ่านไปทั้งสิ้น
“นี่ๆเธอดูนั้นสิ คนนั้น ดารารึป่าวเธอ” กลุ่มสาวๆม.ปลายแอบซุบซิบเมื่อเห็น
“นั้นสิ คนอาร๊าย หล่อจริงๆเนอะเธอ” เด็กสาวอีกคนว่า
“หึหึ” ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ทางกลุ่มของเด็กสาวมัธยมปลาย ทำเอาพวกเธออ่อนระทวยไปตามๆกัน
ชายหนุ่มเดินตามทางไปจนถึงจุดหมายที่เจ้าตัวต้องการ “Grance Bar” เสียงเพลงจากเปียโนสีดำตัวใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเวที ท่ามกลางแสงไฟสปอทไลท์ บรรเลงคลอภายในผับทำให้บรรยากาศตลบอบอวลไปด้วยความรื่นรมย์ บรรยากาศสบายๆช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าแก่ลูกค้าภายในร้าน
“ขอบูลไลท์ ที่นึงนะ” ชายหนุ่มเอ่ยแก่บาร์เท็นเดอร์
“ครับ” ชายวัยกลางคนกล่าวรับ “นี่ครับเครื่องดื่มของคุณ”
“เพิ่งจะมาที่นี่เป็นครั้งแรกเหรอครับ” ฝ่ายที่ยื่นเครื่องดื่มให้ถาม
“ครับ เพิ่งมาเป็นครั้งแรก ว่าจะมาหาคนนะครับ”
ชายหนุ่มหน้าตาอ่อนหวานยิ้มตอบรับบางๆ พลางกวาดสายตาไปรอบๆ
“นัดไว้หรือครับ” บาร์เท็นเดอร์ถาม เหมือนต้องการจะชวนคุย
“เจอแล้วหละครับ” ร่างบางยิ้มละมุนก่อนจะเดินไป
หาเป้าหมายที่เค้าต้องการจะพบ นั่นก็คือ คุณแจ็ตเกิล หัวหน้าฝ่ายบริหารนั่นเอง
“ประทานโทษครับ ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหม” ชายหนุ่มพูดขึ้นขัดจังหวะการนั่งเหม่อๆของอีกฝ่าย แจ็คเกิลหันมามองต้นเสียงก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ตามสบายเลยครับ” คนตัวเล็กกว่านั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม
“ผมขออนุญาตแนะนำตัวนะครับ”
ผู้มาใหม่เริ่มต้นบทสนทนาด้วยรอยยิ้มสวยกระชากใจ
“ผม มิคาเอล เชน”
อีกฝ่ายทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย
“ชื่อคุณฟังแปลกหูดีนะ” เขาเอ่ยขึ้นยิ้มๆ “ดูเหมือนว่าจะมีเชื้อเอเชียอยู่เหมือนกัน”
“ครับ พอดีผมมีเชื้ออยู่หน่อยๆ คุณสนใจหรือครับ” มิคาเอลส่งสายตาเป็นประกายให้ และเหยื่อของเขาก็ดูจะถูกใจเขาไม่น้อย ดีสิ เรื่องอะไรๆก็จะได้ง่ายขึ้น
“คุณจะไม่แนะนำตัวหน่อยหรือครับ คุยกันมาตั้งนาน
ให้ผมบอกคุณอยู่ฝ่ายเดียวมันไม่แฟร์กันเลยนะครับผมว่า”
รอยยิ้มของเขาดูเหมือนคนหว่านเสน่ห์แบบโง่ๆ
แต่อีกฝ่ายดูจะตกหลุมเขาง่ายๆ ง่ายเกินไปซะด้วย
แจ๊คเกิล กอดอกมอง หนุ่มน้อยหน้าละอ่อนตรงหน้าอย่างพอใจ
เขาขยับตัวให้โน้มมาด้านหน้าเล็กน้อย
“ผม แจ๊คเกิล อดัมส์” เขาลุกขึ้นมาทรุดนั่งลงข้างๆมิคาเอล
“นี่ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมรึปล่าว”
ชายหนุ่มหน้าสวยกว่าผู้หญิง ขยับออกห่างเล็กๆ ไม่อยากให้เรื่องมันดำเนินเร็วเกินไปนัก
“มันก็ขึ้นอยู่กับคุณ” ร่างบางยิ้มพราย
ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ร่างบางพร้อมกระซิบ “เพื่อความสนิทสนมมากยิ่งขึ้นคุณว่าเราควรจะไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่าไหมครับ.....พอดีผมเปิดห้องไว้ที่โรงแรมใกล้ๆนี่เอง”
“เป็นความคิดที่น่าสนใจดีนะครับ” คู่สนทนายิ้มละไม
“งั้นเราไปเปลี่ยนบรรยากาศกันดีกว่า” แจ็คเกิลกล่าวก่อนจะลุกขึ้น ก่อนจะส่งมือมาให้คู่สนทนา
‘แมร่งทำไมมันไวไฟจังฟร่ะ’ มิคาเอลคิด แต่เจ้าตัวก็ยื่นมือไปจับมือหนาที่ยื่นมารับ ความอบอุ่นของมือหนาส่งผ่านมือที่เย็นเฉียบของคนตัวเล็ก
“มือเย็นจังนะ หนาวเหรอ” คนร่างสูงทัก
“นิดหน่อยครับ ตรงที่ผมนั่งแอร์มันตกพอดี” ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกไปนอกผับแห่งนั้น
รถLexus สีดำแล่นมาจอดเทียบที่หน้าผับ จากนั้นบริกรในชุดยูนิฟอร์มก็เดินลงมาจากรถ
พร้อมทั้งยื่นกุญแจให้แก่เจ้าของ
“ขอบคุณที่ใช้บริการครับ คุณแจ็คเกิล โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับเรียบๆ ไม่นานรถก็ค่อยๆออกตัวอย่างนุ่มนวล
“เป็นสถานที่โปรดที่ผมมาพักบ่อยๆ”
แจ๊คเกิล เริ่มต้นบทสนทนาหลังจากเดินลงมาเคียงข้างกับร่างอ้อนแอ้น
ผู้มีใบหน้างดงามราวกับผู้หญิง
มิคาเอล พยักหน้ารับ มีรอยยิ้มเปื้อนอยู่บนใบหน้าของเขา
และนั่นทำให้ความอดทนทั้งหมดของแจ๊คเกิลหมดลง เขารวบเอวบางของอีกฝ่ายเข้าประชิดข้างกาย และเดินจูงแกมลากเข้าไปยังตัวโรงแรมที่ตั้งตระหง่านงดงามอยู่เบื้องหน้า
มีการขัดขืนเกิดขึ้นเพียงนิดหน่อย มิคาเอล รู้สึกตื่นตกใจเล็กน้อย ไม่อยากจะเชื่อว่าระดับผู้บริหารอย่างแจ๊คเกิล จะกล้าแสดงกริยาร้อนรนออกมาให้เห็น ทั้งที่ภายนอกดูเรียบรื่น และใจเย็นมากกว่าที่แสดงอยู่อย่างตอนนี้
แจ๊คเกิลกึ่งลากกึ่งจูงเขาเข้าลิฟต์ สำหรับลูกค้าระดับ VIP เท่านั้น
หลังจากที่ประตูลิฟต์ปิดตัวลง แจ็ตเกิลก็ดันเขาติดตัวผนัง
และรีบใช้ร่างอันสูงใหญ่ของเขาเบียดทับร่างเล็กที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว
มิคาเอล ถูกตรึงร่างเอาไว้ด้วยสองแขนอันทรงพลัง
และช่วงขาเรียวถูกซ้อนทับด้วยต้นขาแข็งแรงของอีกฝ่าย ท่านี้ทำให้เขารู้สึกอ่อนแอ เหมือนกวางที่อยู่ภายใต้กรงเล็บของสิงโต
แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไร ความต้องการที่จะได้คีย์การ์ดมีมากกว่าความกลัว
“ที่นี่คงจะไม่เหมาะสำหรับเรื่องนี้นะครับคุณว่าไหม ที่นี่มันกระจกทั้งนั้นเลย” ชายหนุ่มกระซิบเสียงหวานข้างใบหูของอีกฝ่าย ด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน พร้อมประกายตาหวาน “แถมยังมีกล้องอีกด้วยนะครับ”
แค่นั้นก็ส่งผลให้แจ๊คเกิล ลดระดับความหนักหน่วงในการตรึงช่วงแขนของเขาเอาไว
้จนมันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการลูบไล้มากกว่าความป่าเถื่อน
ตึ๊ง!!!!
เสียงลิฟต์ดังสนั่นไปทั่วโสตประสาทที่กำลังตื่นตัวของทั้งสองฝ่าย แจ๊คเกิลเป็นฝ่ายขยับตัวออกห่างก่อนและไม่ลืมที่จะดึงร่างอ้อนแอ้นตามออกมาด้วยแรงที่ไม่เบานัก
มิคาเอลคำนวณความเป็นไปได้ของความสำเร็จ ที่เขาจะสามารถขโมยสิ่งที่ต้องการออกมาให้ได้ ในทุกจังหวะของการก้าวเดิน
ทำอย่างไรที่จะให้เขาเปลืองตัวได้น้อยที่สุด?
“แต่หมอนี่ก็หน้าตาดีไม่ใช่เล่น” เขารำพึงในใจ ขณะก้าวตามช่วงบ่ากว้างของร่างสูงที่เดินนำเขาไปไม่กี่ช่วงก้าว “น่าเสียดายเหมือนกันที่จะต้องจากกันโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรกันเลย” เขาคิดยิ้มๆ
ไม่นานทั้งคู่ก็เข้ามายืนอยู่ภายในห้องสูทกว้างขวางขนาดคนสี่คนอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายๆ
การตกแต่งเป็นไปอย่างน่าพอใจ ด้วยสไตล์ผสมผสานระหว่างเอเชียและตะวันตก
เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาถูกใจเป็นพิเศษ กับการแต่งแต้มด้วยแบบแผนของบาหลีเป็นเสียส่วนใหญ่
มิคาเอล รู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูตามหลัง ยังไม่ทันที่เขาจะเอี้ยวตัวไปมอง ฝ่ามือหนาหากแต่ไม่หยาบกระด้างก็แตะอยู่บนช่วงบ่าเล็กบางของเขา และไม่นานไปกว่าเสียงลมหายใจเข้าออก ริมฝีปากของเขาก็ถูกครองครองด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย
บทจูบเป็นไปด้วยความเร่าร้อน ทั้งที่ช่วงแรกเป็นไปอย่างเนิบนาบ หากแต่เพียงชั่วอึดใจ มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนด้วยแรงปรารถนา เกินกว่าจะเก็บเอาไว้ได้
จูบของแจ๊คเกิล นับได้ว่าเป็นจูบที่ไม่ธรรมดา ลิ้นของเขาควานไปทั่วริมฝีปากของร่างเล็ก บดเบียดเคล้าคลึงไม่ว่างเว้นแม้จะได้ยินเสียงหายใจติดขัดของอีกฝ่าย เขาประคองใบหน้าของมิคาเอลด้วยแรงเกือบทั้งหมดของเขา
นักบริหารผู้มีใบหน้าหล่อเหลา กอดเอวของฝ่ายตรงข้ามด้วยความหนักหน่วง มืออันร้อนรนของเขากำลังพยายามที่จะล้วงลึกเข้าไปภายใต้สิ่งปกคลุมสีขาว
และลูบไล้เนื้อเนียนอย่างหื่นกระหาย มือร้อนค่อยค่อยๆเลื่อนต่ำลงสู่เบื้องล่าง
มิคคาเอลรู้สึกถึงแก่นกลางของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาทำให้เจ้าตัวรู้ทันทีว่า
ถึงจุดที่จะพอได้แล้วก่อนที่ทุกอย่างที่เขาได้วางแผนไว้จะเสียไปหมดสิ้น
“ผมว่าคุณไปอาบน้ำก่อนดีไหมครับ” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะค่อยๆเบี่ยงตัวออกจาวงแขน “พอดีผมไม่ค่อยจะชอบกลิ่นบุหรี่สักเท่าไหร่” หน้าสวยพูดกึ่งเหย้าแหย่
บ่ากวางของร่างใหญ่ไหวนิหน่อยก่อนที่จะทำหน้าครุ่นคิดครู่นึง “อืม....เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนละกัน”
ปัง!! เสียงปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น ร่างบางจึงเริ่มปฏิบัติการ โดยการค้นหาคีย์การ์ดที่เสื้อคลุมของอีกฝ่าย แล้ว งัดเอาชิปที่อยู่ข้างในมาใส่ในPocket PC ที่เจ้าตัวได้ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่แล้ว
“มิคาเอล!” เสียงแจ๊กเกิลเรียกพร้อมทั้งยื่นศีรษะออกมาจากห้องน้ำ
“อ่ะครับ” คนหน้าสวยหันหน้าไปทางต้นเสียง ความรู้สึกเสียววาปมันแล่นไปทั่วร่าง เสียงหัวใจที่สูบฉีดเลือดมันดังแทบจะระเบิดออกมา นี่ยังถือว่าโชคดีมากๆที่เขานั่งอยู่ที่โซฟาใหญ่ที่ทำให้เขาหันหลังให้กับต้นเสียง เลยทำให้ร่างสูงไม่สามารถมองเห็นในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ได้
“คุณช่วยสั่งรูมเซอร์วิสให้เอาไวน์แดง มาเสริฟทีนะ” แจ็คเกิลยิ้มพลาย
“อ่า ได้ครับ” หน้าหวานรับคำก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์สั่งออเดอร์กับรูมเซอร์วิส
พร้อมทั้งรอให้ข้อมูลในชิป ก๊อปปี้ลงสู่ Pocket Pc ของตนจนเสร็จแล้วทำการยัดชิปกลับใส่ที่เดิมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเช็ดลายมือของตนออกจากคีย์การ์ด ตอนนี้แหละที่เขาต้องรีบหนีถ้าไม่งั้นคงต้องเสียตัวฟรีๆแน่ๆ แต่แล้วก่อนที่ร่างเล็กจะได้เดินถึงประตู เสียงแจ็คเกิลเดินออกมาจากประตูห้องน้ำก็ดังออกมาทำให้มิคาเอล ต้องรีบเดินทำเป็นดูรูปภาพที่ติดอยู่ตรงผนังแทน
“ทำอ่ะไรอยู่เหรอ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำถาม
“อ้อ..ดูรูปภาพอยู่ครับ.....มันสวยมากจริงนะครับ” ร่างอ้อนแอ้นเอ่ยพร้อมทั้งส่งสายตากระกาย
“แต่ก็ไม่สวยเท่าเธอหรอก” ร่างใหญ่ค่อยๆสาวเท้าเข้ามาใกล้ ‘โอ๊ยตายห่า ดันอาบน้ำเร็วเสียอีกอย่างงี้ผมจะหนียังไงทันหละเหนี๊ยะ~~~’ มิคาเอลคิดก่อนจะปลงๆ ‘เอาหว่ะยังไงก็หล่อ’ ก่อนที่ทั่งริมฝีปากของทั้งสองจะค่อยๆประกบเข้าหากัน
“Hello! Honey! ผมกลับมาคุณแล้ว วันนี้ผมกลับมาเร็วเลยซื้อของมาเซอร์พะ.......” เสียงของบุคคลที่ไม่คาดฝันดังมาขัดจังหวะคนทั้งสองที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มกันพอดี
“เวงแล้วสิ” เสียงพึมพำของแจ็คเกิลเอ่ยก่อนจะผลักร่างที่อยู่ในอ้อมกอดออก
“เจ เรื่องนี้ผมอธิบายได้นะ” แจ็คเกิลรีบเดินตรงไปหาผู้มายืนคนใหม่ทันที
“นี่มันรอบที่เท่าไหรกันแล้วหึ ไอก็ผมอุตส่าห์รีบทำงานกลับมาคุณแต่คุณก็หักหลังผม” แขกคนใหม่พูดด้วยน้ำสียงเศร้าๆปนโกรธ
“ม่ะ....ไม่ใช่นะมันไม่ใช้อย่างที่เธอคิดเลยนะ” แจ็คเกิลในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำแก้ตัว
ทั้งสองเริ่มมีปากเสียงกัน ในขณะนั้นเองร่างบางก็เห็นสัญญาณช่องทางรอดของตน เขาจึงค่อยย่องออกไปจากห้องในขณะที่ทั้งสองยังคงทะเลาะอยู่ต่อไป
เมื่อออกมาจากโรงแรม “WOW! YESSSSSSS” ร่างบางตระโกนด้วยเสียงสะใจหน้าโรงแรมจนทำผู้คนที่ผ่านไปมากลับหันมามองจนเจ้าตัวหน้าแดง แต่ก็แอบดีใจไม่ได้กับผลงานคราวนี้ หลังจากนั้นก็มิคาเอลรีบกลับบ้านทันที ‘โอ๊ยในที่สุดก็ได้มา อย่างงี้งานเราก็สบายขึ้นเยอะเลย เจ๋งที่สุดเลยนะนี่ ดีนะที่ทำบุญมาเยอะ นี่แหละน้าที่เค้าเรียกว่า คนดีผีคลุ้ม!!’ ร่างเล็กอมยิ้มน้อยๆหารู้ไม่ว่าในขณะนี้หญิงสาวหลายคนได้
ละลายไปเรียบร้อยกับรอยยิ้มกระชากใจที่เจ้าตัวเผลอทำโดยมิได้ตั้งใจ
ก่อนจะเอะใจได้หลังจากที่ออกจากรถไฟ
เฮ้อกว่าจะเขียนได้.....ไว้มาต่อคราวหน้านะเจ้าค่ะ